คำศัพท์สำหรับบทวิเคราะห์หุ้น

Categorized Under: Money and Wealth No Commented


คงต้องมีใครสักคนในประเทศไทยมีปัญหาอย่างวันดาแน่ๆ มือใหม่ในการเล่นหุ้นแต่ดันทะลึ่งอยากอ่านบทวิเคราะห์ แทนที่จะเท่ห์กลับต้องมานั่งเกาหัวให้รังแคร่วงด้วยความงวยงงซะงั้น วันดาจึงขอนำเสนอ…รวมคำศัพท์บทวิเคราะห์หุ้นฉบับชาวบ๊านชาวบ้านที่เก็บๆ เอามาจากกระทู้ในพันทิป น่าจะมีประโยชน์แก่ตัวเองและคนอื่นบ้างละนะ

Buy, Sell

  • Buy (ซื้อ) : หลักทรัพย์ที่คาดว่าราคาจะขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของตลาด ในช่วงเวลา 12 เดือน
  • Sell (ขาย) : หลักทรัพย์ที่คาดว่าราคาจะลดลงไปมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของตลาด ในช่วงเวลา 12 เดือน
  •  
    พวกนี้เป็นคำบอกให้เราควรจะซื้อหรือขายหุ้นนั้น

    Underperform , Outperform , Neutral

  • Outperform : หลักทรัพย์ที่คาดว่าราคาจะขึ้นไปประมาณ 5-10% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของตลาด ในช่วงเวลา 12 เดือน
  • Neutral : หลักทรัพย์ที่คาดว่าราคาจะอยู่ระหว่าง +/- 5% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของตลาด ในช่วงเวลา 12 เดือน
  • Underperform : หลักทรัพย์ที่คาดว่าราคาจะลดลงไป 5-10% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของตลาด ในช่วงเวลา 12 เดือน
  •  
    พวกนี้เป็นคำบอกทิศทางหุ้น เทียบกับอะไรซักอย่าง เช่น เทียบกับดัชนี SET หรือเทียบกับดัชนีรายกลุ่ม

    ตัวอย่างเช่น

  • Underperform ก็เช่น SET ขึ้นไป 20% พี่แกเพิ่งขึ้นตามได้ 2%
  • Outperform ก็ขึ้นมากกว่าเพื่อน SET ขึ้น 5% ของเราขึ้น 20%
  • Neutral ก็งั้นๆ ไปไหนไปกัน ขึ้นขึ้นตาม ลงลงตาม ไม่หวือหวา
  •  

    Overweight , Underweight
    พวกนี้เป็นวิธีการแนะนำน้ำหนักการลงทุนของนักวิเคราะห์ เช่น Overweight ก็หมายความว่าควรซื้อเยอะกว่าปกติซักหน่อย แต่ก่อนเคยซื้อ 5% ของ Port เพิ่มเป็น 10% นะ ส่วน Underweight ก็หมายความว่าให้ลดลงหน่อย แต่ก่อนมี 10% ตอนนี้ลดลงเหลือ 5% ต้องใช้คู่กับพวก Buy, Sell, Strong Buy, Strong Sell ที่โบรกเกอร์บอกมาด้วย

    Oversold , Overbought
    พวกนี้เป็นศัพท์เทคนิค หมายถึงมีการขายมากเกินไปหรือมีการซื้อมากเกินไป อย่างปกติ 10 วันซื้อขายกัน 10 ล้านหุ้น ตอนนี้ 10 วันขึ้นมา 10% 50 ล้านหุ้นก็จะเรียกว่า Overbought เป็นต้น

    ตัวอย่าง

  • ตอน PTTCH ราคาอยู่ 80 บาท โบรกฝรั่งมันบอกตอนนี้ PTTCH Underperform SET เพราะ SET ขึ้นไป 20% ตามมาด้วยคำแนะนำ Buy และก็ Underweight คือแนะนำให้ซื้อ แต่ยังไม่ต้องซื้อเยอะ (เอาเงินไปเล่นตัวที่กำลังขึ้นดีกว่า)
  • จากนั้นพองบ PTTCH ออก ไม่เลวร้ายแม้จะปิดโรงงาน พี่หรั่งก็เปลี่ยนคำแนะนำเป็น Strong Buy ซื้อซะเพื่อน
  • ต่อมาเมื่อ SET เริ่มตื้อ ไปต่อไม่ได้พี่หรั่งก็จะเริ่มให้ชาวบ้านลดพอร์ตที่ขึ้นไปแล้ว แล้วมา Overweight หุ้นที่ยังไม่ออกตัวแทน
  • พอพี่หรั่งมัน Overweight PTTCH ก็เริ่มขึ้นพอขึ้นมาพอๆกับ SET คำแนะนำก็จะเปลี่ยนเป็น Neutral ทั้ง 2 อัน แล้วก็คงคำแนะนำ Buy อยู่
  • ต่อมาอีก หุ้น PTTCH ขึ้นแรงเกินตลาด Overperform แล้ว ดูๆชัดเลย เก็งกำไรนี่หว่า ไม่เห็นจะมีพื้นฐานอะไรเปลี่ยน พี่หรั่งก็จะเปลี่ยนคำแนะนำเป็น Underweight กะ Sell คือให้ทยอยขายทำกำไรออกมาบ้าง ไปเล่นตัวอื่นที่ยังไม่ขึ้นดีกว่า แต่ถ้างบออกมาพื้นฐานเปลี่ยนอย่างแรง เราก็อาจจะได้เห็น Strong Sell คือขายทิ้งเลย
  •  

    Fully Valued
    เป็นการเทียบราคาหุ้นกับมูลค่าของบริษัท โดยที่เราจะคำนวณมูลค่าของบริษัทว่าจริงๆ แล้วมันเท่ากับเท่าไหร่กันแน่ วิธีการก็ยาว แต่หลักการง่ายๆก็คือ เอาค่าต่างๆในงบที่ไม่ใช่เงินจริงๆออกไปซะ จากนั้นก็เอาไปวิเคราะห์ต่อของใครของมัน เช่น บางคนก็ตัดเอาสินค้าคงเหลือออกไปด้วย เพราะตั้งสมมติฐานว่าสินค้าขายไม่ออกแน่ๆ เพราะสินค้าของบริษัทนี้ตกรุ่นเร็วมากๆ บางคนก็คิดเอาประมาณการมาเพิ่มในมูลค่าหุ้นด้วย เช่น PTTEP นี่ คำนวณมูลค่าจริง จะอยู่ประมาณ 88 – 100 บาท แต่ความเป็นจริง คือ PTTEP มีแหล่งพลังงานที่ยังทำทำการสำรวจอยู่มากมาย ถ้าเจอพลังงานเพิ่ม ย่อมจะมีมูลค่าเพิ่มแน่ๆ ดังนั้นก็ต้องมีสมมตฐานเพิ่มเข้าไป 120 – 140 บาท อะไรประมาณนั้น

    ต้องอ่านที่นักวิเคราะห์เขียนมาด้วย ว่าเค้าสมมติฐานอะไรบ้าง รวมงานในอนาคตไปหรือยัง คราวนี้ก็คือราคาเต็มมูลค่า ก็คือราคาหุ้นบนกระดานมันเท่าๆ กับมูลค่าที่คำนวณได้ในกระดาษแล้วน่ะ แต่ก็เป็นไปได้ ถ้าบริษัทนั้นๆมีโครงการในอนาคตที่ค่อนข้างแน่ใจได้ว่า จะได้ทำแน่นอนอันจะเพิ่มมูลค่าในบริษัทได้อีก

    Under Review
    หมายความว่ากำลังอยู่ระหว่างการปรับประมาณการ ขอทบทวนหน่อย มีข่าวสารอะไรใหม่ๆ (มั้ง) อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจเพราะไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่

    ที่รวบรวมมาตอนนี้มีเพียงเท่านี้ค่ะ วันหลังวันดาสงสัยอะไรเพิ่มก็คงจะหาคำตอบให้ตัวเองอีกเรื่อยๆ สนุกกับการอ่านบทวิเคราะห์นะคะทุกคน